9 วิธีสร้าง Self-Esteem ให้เด็ก ตอนจบ

จากบทความที่แล้ว เราได้เรียนรู้วิธีที่พ่อแม่จะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจไปแล้ว 6 วิธี (บทความ 9 วิธีสร้าง Self-Esteem ตอน 1 : https://nextbit.co/post/2022/self1/) (บทความ 9 วิธีสร้าง Self-Esteem ตอน 2 : https://nextbit.co/post/2022/self2/) วันนี้เราจะมาพูดคุยอีก 3 วิธีที่เหลือกันค่ะ 7. สอนให้เด็กเรียนรู้ประสบการณ์จากความล้มเหลว…

9 วิธีสร้าง Self-Esteem ให้เด็ก ตอน 2

วินัยแต่ละสไตล์ข้อดีแตกต่างกัน ซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าวิธีไหนดีที่สุด แต่จากบทความตอนที่แล้ว (https://nextbit.co/post/2022/self1/) เราได้เรียนรู้วิธีที่พ่อแม่จะช่วยสร้างความมั่นใจในตัวลูก วันนี้เราจะมาพูดคุยอีก 3 วิธีถัดไปกันค่ะ 4. ให้ลูกมีความรับผิดชอบงานบ้าน การรับผิดชอบงานบ้านที่เหมาะสมกับวัยจะทำให้ลูกมีจุดมุ่งหมายและความสำเร็จ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรที่สมบูรณ์แบบ แต่ทำให้พวกเขารู้ว่าพ่อแม่ซาบซึ้งในความพยายามของพวกเขา ชื่นชมสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำได้ดี และบอกกับลูกว่า พวกเขาจะทำได้ดีขึ้นและดีขึ้นในหลายๆ ด้าน รวมถึงงานบ้านด้วย การมีงานบ้านและความรับผิดชอบทำให้เด็กๆ สามารถควบคุมชีวิตของตนเองได้ และในช่วงเวลาที่สิ่งต่างๆ คาดเดาไม่ได้ การมีความรับผิดชอบในงานเล็กๆ รอบ ๆ…

9 วิธีสร้าง Self-Esteem ให้เด็ก ตอน 1

การเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) เป็นหนึ่งในลักษณะที่สำคัญที่สุดของพัฒนาการเด็กที่ส่งผลต่อสุขภาพทางสังคม พฤติกรรม และอารมณ์ของเด็ก และยังมีบทบาทสำคัญในการกับความพ่ายแพ้ ความกดดันจากเพื่อนฝูง และความท้าทายอื่นๆ ไปตลอดชีวิต การเห็นคุณค่าในตนเองเชิงบวกยังเป็นปัจจัยปกป้องสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วย การปลูกฝังความมั่นใจก่อให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมในเชิงบวกและทำหน้าที่เป็นตัวกันชนเมื่อเด็กประสบกับความเครียดและเหตุการณ์ที่ไม่ดี และต่อไปนี้คือวิธีการที่พ่อแม่จะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจในตนเองได้ 1. สอนให้ลูกรู้ว่าการเห็นคุณค่าในตนเองเป็นอย่างไร การเห็นคุณค่าในตนเองโดยพื้นฐานแล้ว คือการที่เด็กมองเห็นตัวเอง รวมถึงสิ่งที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับตนเองและความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ที่ถูกกำหนดโดยความรู้สึกที่พวกเขาได้รับความรัก การสนับสนุนและกำลังใจ (หรือคำวิจารณ์) ที่พวกเขาได้รับจากคนสำคัญในชีวิตเช่นพ่อแม่และครูของพวกเขามากเพียงใด การมีความมั่นใจในตนเองไม่ได้หมายความว่า การคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองหรือความต้องการของเราสำคัญกว่าความต้องการของคนอื่น ในทำนองเดียวกัน การเห็นคุณค่าในตนเองที่ดีต่อสุขภาพไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง…

การฝึกวินัย 5 สไตล์

วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับวินัยแต่ละสไตล์ที่พ่อแม่สามารถนำไปปรับใช้ ให้เหมาะกับลูกน้อย เพื่อฝึกให้พวกเขามีวินัยที่ดีกันค่ะ วินัยแต่ละสไตล์ข้อดีแตกต่างกัน ซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าวิธีไหนดีที่สุด แต่หากจะขึ้นอยู่กับครอบครัวและตัวเด็กเท่านั้นที่จะสามารถบอกได้ เรามาเริ่มทำความรู้จักแต่ละสไตล์ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ 1. Positive Discipline หรือ วินัยเชิงบวกวินัยเชิงบวกจะเน้นไปทางให้คำชื่นชมและให้กำลังใจ แทนที่จะเป็นการลงโทษ 2. Gentle Discipline หรือ วินัยเชิงอ่อนโยนวินัยเชิงอ่อนโยนมุ่งเน้นไปที่การป้องกันปัญหา การเปลี่ยนอารมณ์ของบทสนทนามักถูกใช้เพื่อบ่ายเบี่ยงเด็กให้ห่างจากพฤติกรรมที่ไม่ดี อารมณ์เชิงขบขันมักถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหา 3. Boundary-Based Discipline หรือ วินัยเชิงขอบเขตวินัยเชิงขอบเขตมุ่งเน้นไปที่การกำหนดขอบเขตและทำให้กฎชัดเจน…

7 เทคนิคเพื่อการสร้างวินัยที่ดีของลูกน้อย (ตอนจบ)

จากบทความตอนที่แล้ว (Link : https://nextbit.co/post/2022/7trick/ ) เราได้พูดคุยถึงเทคนิคที่จะมีส่วนช่วยสร้างวินัยที่ดีให้ลูกของเราได้ วันนี้เราจะมาพูดถึงอีก 4 เทคนิคที่เหลือกันค่ะ เน้นย้ำและชื่นชมเมื่อลูกทำสิ่งที่ดี หากลูกมีพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ เช่น อารมณ์ฉุนเฉียว ร้องไห้ พ่อแม่สามารถเลือกที่จะเพิกเฉยต่อพฤติกรรมเหล่านั้นได้ ในกรณีเหล่านี้อาจสามารถแก้ได้ด้วยแนวทางการสร้างวินัยเชิงบวกซึ่งเกี่ยวข้องกับการชื่นชมพฤติกรรมที่ดีและการให้รางวัล อาจจะด้วยการกอด การแปะมือ หรือกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เช่น การพาลูกไปเที่ยวสวนสาธารณะ แม้ว่าการเพิกเฉยต่อเด็กที่กรีดร้องจะพูดง่ายกว่าทำมาก แต่ในที่สุด พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงพฤติกรรมที่ดีเข้ากับความสนใจและการได้รับการยกย่องในเชิงบวก…

7 เทคนิคเพื่อการสร้างวินัยที่ดีของลูกน้อย (ตอน 1)

ในฐานะพ่อแม่หรือผู้ปกครอง จะทราบดีว่า วิธีการสร้างวินัยให้เด็กด้วยวิธีเดียวกันนั้น อาจจะได้ผลกับเด็กคนนึง แต่ไม่ได้ผลกับเด็กอีกคน เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างกันไปตามลักษณะนิสัยของเด็กแต่ละคน แต่หากมีพื้นฐานทั่วไปบางประการสำหรับการสร้างวินัยเชิงบวกและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ปกครอง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราจะมาพูดคุยกันในวันนี้ค่ะ ความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ เนื่องจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง มีวิธีการเลี้ยงลูกที่ต่างกัน จะให้ทำเหมือนกันหมดคงเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม ทุกคนควรพยายามปลูกฝังกฎเกณฑ์ วิธีการ เป้าหมายและรางวัลที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันให้เด็กในแต่ละวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงหรือความไม่สม่ำเสมออาจทำให้เด็กเกิดความสับสน ดังนั้น ความสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างวินัยของเด็ก และเมื่อพ่อแม่มีความสอดคล้องกันในปฏิกิริยาและผลที่ตามมา ลูกๆ จะสามารถคาดการณ์ว่าพ่อแม่จะตอบสนองอย่างไรในสถานการณ์นั้นๆ ค้นหา “สาเหตุ” เมื่อลูกมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีความสุข ตอนจบ

จากบทความตอนที่แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันให้ครบทั้ง 10 ข้อกันค่ะ จากบทความทั้ง 3 ตอน (https://nextbit.co/post/2022/happykids1/) (https://nextbit.co/post/2022/happykids2/) (https://nextbit.co/post/2022/happykids3/) เราพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขไปแล้ว 8 วิธี วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันต่ออีก 2 วิธีนะคะ 9. ออกกำลังกายร่วมกันทั้งครอบครัว ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจไปเดินเล่นกับครอบครัวในตอนกลางคืน หรือทำวิดีโอออกกำลังกายจากห้องนั่งเล่นที่แสนสบาย การออกกำลังกายจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขมากขึ้น งานวิจัยปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีความสุข ตอน 3

จากบทความตอนที่ 1 (https://nextbit.co/post/2022/happykids1/)  และตอนที่ 2 (https://nextbit.co/post/2022/happykids2/)  เราพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขไปแล้ว 6 วิธี วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันต่อค่ะ 7. รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน การรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวอาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อแม่สามารถทำได้ หากต้องการเลี้ยงลูกให้มีความสุข งานวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวที่บ่อยขึ้น มีความสัมพันธ์อย่างมากกับอารมณ์เชิงบวกในวัยรุ่น หรือทำให้มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคต นอกจากนี้ มื้ออาหารของครอบครัวอาจส่งเสริมสุขภาพที่ดี เด็กที่รับประทานอาหารร่วมกับพ่อแม่จะมีโอกาสน้อยที่จะมีน้ำหนักเกินหรือมีความผิดปกติในการรับประทานอาหาร วัยรุ่นที่รับประทานอาหารเย็นกับพ่อแม่มักไม่ค่อยประสบปัญหาการใช้สารเสพติดหรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม การรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวเพียง 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ก็สามารถทำให้เด็กมีความสุขและได้ประโยชน์แล้ว 8.…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีความสุข ตอน 2

จากบทความตอนที่แล้วเราพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขไปแล้ว 3 วิธี (https://nextbit.co/post/2022/happykids1/) วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันต่อค่ะ 4. ตั้งความหวังสูงแต่สมเหตุสมผลแน่นอนว่าการใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่ออ่านหนังสือสอบ หรือ ฝึกฝนการเล่นดนตรี เป็นเรื่องที่ไม่สนุกนัก แต่เด็กที่พยายามทำในสิ่งยากๆ มีแนวโน้มที่ใช้ชีวิตได้มีความสุขมากกว่า เนื่องจากความคาดหวังของพ่อแม่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อความตั้งใจของเด็กในการท้าทายตัวเอง ทำให้ลูกจะต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้สำเร็จถึงความคาดหวังของพ่อแม่ ตราบใดที่ความคาดหวังนั้นสมเหตุสมผล ความคาดหวังของพ่อแม่มีผลกับทักษะความยืดหยุ่นทางวิชาการและสังคมของลูก (scholastic and social resilience) อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังความสมบูรณ์แบบกับลูก เพราะการตั้งความหวังที่สูงเกินไป จะเป็นผลกระทบย้อนกลับไปสู่เด็ก เพราะการตั้งความหวังให้ลูกทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบสามารถเพิ่มความเสี่ยงกับปัญหาทางด้านจิตใจของเด็กได้…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เด็กมีความสุข

การเลี้ยงลูกให้เติบโตมาเป็นเด็กที่มีความสุข สามารถนำไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตของพวกเขาได้ การเลี้ยงลูกให้มีความสุข ไม่ใช่แค่การตามใจ หรือให้สิ่งที่เขาพอใจชั่วคราว แต่เราอาจจะต้องทำสิ่งตรงกันข้ามเพื่อให้พวกเค้าเติบโตอย่างมีความสุขก็เป็นได้ เด็กที่มีความสุขจะมีชุดทักษะที่ทำให้พวกเขามีความสุขกับชีวิตในระยะยาว เด็กกลุ่มนี้จะสามารถอดทนต่อสิ่งเร้าชั่วคราวเพื่อที่จะพิชิตเป้าหมาย ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยพัฒนาชุดทักษะเหล่านี้ และนี่คือ 10 วิธีที่จะช่วยพวกเขาได้ 1. สนับสนุนการเล่นนอกบ้าน อย่าดูถูกพลังของการเล่นนอกบ้านเด็ดขาด เพราะการวิ่งบนพื้นหญ้า การปีนต้นไม้ การนั่งเล่นบนชิงช้า และการเล่นที่ตัวคลุกไปกับดิน มีผลดีกับเด็ก หลายงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กที่มีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติบ่อยๆ จะทำให้อารมณ์ดี และการเล่นนอก บ้านยังส่งเสริมทักษะการเข้าสังคม ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น…