เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีความสุข ตอนจบ

จากบทความตอนที่แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันให้ครบทั้ง 10 ข้อกันค่ะ จากบทความทั้ง 3 ตอน (https://nextbit.co/post/2022/happykids1/) (https://nextbit.co/post/2022/happykids2/) (https://nextbit.co/post/2022/happykids3/) เราพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขไปแล้ว 8 วิธี วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันต่ออีก 2 วิธีนะคะ 9. ออกกำลังกายร่วมกันทั้งครอบครัว ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจไปเดินเล่นกับครอบครัวในตอนกลางคืน หรือทำวิดีโอออกกำลังกายจากห้องนั่งเล่นที่แสนสบาย การออกกำลังกายจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขมากขึ้น งานวิจัยปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีความสุข ตอน 3

จากบทความตอนที่ 1 (https://nextbit.co/post/2022/happykids1/)  และตอนที่ 2 (https://nextbit.co/post/2022/happykids2/)  เราพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขไปแล้ว 6 วิธี วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันต่อค่ะ 7. รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน การรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวอาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อแม่สามารถทำได้ หากต้องการเลี้ยงลูกให้มีความสุข งานวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวที่บ่อยขึ้น มีความสัมพันธ์อย่างมากกับอารมณ์เชิงบวกในวัยรุ่น หรือทำให้มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคต นอกจากนี้ มื้ออาหารของครอบครัวอาจส่งเสริมสุขภาพที่ดี เด็กที่รับประทานอาหารร่วมกับพ่อแม่จะมีโอกาสน้อยที่จะมีน้ำหนักเกินหรือมีความผิดปกติในการรับประทานอาหาร วัยรุ่นที่รับประทานอาหารเย็นกับพ่อแม่มักไม่ค่อยประสบปัญหาการใช้สารเสพติดหรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม การรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวเพียง 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ก็สามารถทำให้เด็กมีความสุขและได้ประโยชน์แล้ว 8.…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีความสุข ตอน 2

จากบทความตอนที่แล้วเราพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขไปแล้ว 3 วิธี (https://nextbit.co/post/2022/happykids1/) วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุขกันต่อค่ะ 4. ตั้งความหวังสูงแต่สมเหตุสมผลแน่นอนว่าการใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่ออ่านหนังสือสอบ หรือ ฝึกฝนการเล่นดนตรี เป็นเรื่องที่ไม่สนุกนัก แต่เด็กที่พยายามทำในสิ่งยากๆ มีแนวโน้มที่ใช้ชีวิตได้มีความสุขมากกว่า เนื่องจากความคาดหวังของพ่อแม่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อความตั้งใจของเด็กในการท้าทายตัวเอง ทำให้ลูกจะต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้สำเร็จถึงความคาดหวังของพ่อแม่ ตราบใดที่ความคาดหวังนั้นสมเหตุสมผล ความคาดหวังของพ่อแม่มีผลกับทักษะความยืดหยุ่นทางวิชาการและสังคมของลูก (scholastic and social resilience) อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังความสมบูรณ์แบบกับลูก เพราะการตั้งความหวังที่สูงเกินไป จะเป็นผลกระทบย้อนกลับไปสู่เด็ก เพราะการตั้งความหวังให้ลูกทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบสามารถเพิ่มความเสี่ยงกับปัญหาทางด้านจิตใจของเด็กได้…

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เด็กมีความสุข

การเลี้ยงลูกให้เติบโตมาเป็นเด็กที่มีความสุข สามารถนำไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตของพวกเขาได้ การเลี้ยงลูกให้มีความสุข ไม่ใช่แค่การตามใจ หรือให้สิ่งที่เขาพอใจชั่วคราว แต่เราอาจจะต้องทำสิ่งตรงกันข้ามเพื่อให้พวกเค้าเติบโตอย่างมีความสุขก็เป็นได้ เด็กที่มีความสุขจะมีชุดทักษะที่ทำให้พวกเขามีความสุขกับชีวิตในระยะยาว เด็กกลุ่มนี้จะสามารถอดทนต่อสิ่งเร้าชั่วคราวเพื่อที่จะพิชิตเป้าหมาย ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยพัฒนาชุดทักษะเหล่านี้ และนี่คือ 10 วิธีที่จะช่วยพวกเขาได้ 1. สนับสนุนการเล่นนอกบ้าน อย่าดูถูกพลังของการเล่นนอกบ้านเด็ดขาด เพราะการวิ่งบนพื้นหญ้า การปีนต้นไม้ การนั่งเล่นบนชิงช้า และการเล่นที่ตัวคลุกไปกับดิน มีผลดีกับเด็ก หลายงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กที่มีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติบ่อยๆ จะทำให้อารมณ์ดี และการเล่นนอก บ้านยังส่งเสริมทักษะการเข้าสังคม ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น…

นิสัยที่พบในพ่อแม่ที่ดี (ตอนจบ)

จากบทความที่แล้ว (นิสัยที่พบในพ่อแม่ที่ดี (ตอน 1) : (https://nextbit.co/post/?p=349)เราได้พูดคุยไปบ้างแล้วเกี่ยวกับนิสัยบางอย่างที่จำเป็นที่พ่อแม่ที่ดีควรจะมีบทความนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องนี้กันต่อค่ะ สอนวินัยให้ลูกอย่างมีประสิทธิภาพเด็กที่ไม่มีวินัยมีแนวโน้มที่จะทำให้เสียคน ไม่รู้สึกขอบคุณ โลภ และมีปัญหาในการคบเพื่อน อีกทั้งยังไม่มีความสุขในชีวิตภายภาคหน้าอีกด้วย รักลูกในแบบที่เขาเป็น (ไม่ใช่แบบที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็น)เห็นและรักลูกในแบบที่เขาเป็น เพราะ เด็กแต่ละคนมีความชอบและความถนัดไม่เหมือนกัน ลูกของคุณอาจจะชอบการอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว มากกว่าการไปเล่นละครเวที หรือการออกไปเตะฟุตบอล ทั้งนี้การส่งเสริมให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เขาออกจากพื้นที่ปลอดภัย (Comfort zone) ก็ส่งผลดีกับเด็กที่กำลังค้นหาว่าตนเองชอบทำสิ่งใด รู้ว่าลูกกำลังอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่การที่พ่อแม่รู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน…

นิสัยที่พบในพ่อแม่ที่ดี  (ตอน 1)

นิสัยแบบไหนบ้างนะที่พ่อแม่ที่ดีจะมีเหมือนกัน? แน่นอนว่า ลักษณะนิสัยเฉพาะของการเป็นพ่อแม่ที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่ที่แค่นิสัยที่กล่าวในบทความนี้เพียงเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าใครคำจัดความของการเป็นพ่อแม่ที่ดีควรเป็นอย่างไรบทความนี้เราจะพูดถึงนิสัยทั่วๆ ไปที่สามารถพบได้ในพ่อแม่ที่ดี ที่เราควรนำไปปฎิบัติต่อลูกน้อย ให้คำแนะนำและให้ความสนับสนุน ไม่ใช่กดดันหรือเรียกร้องโดยธรรมชาติแล้วพ่อแม่ย่อมอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจจะทำให้พ่อแม่กดดัน บังคับ หรือแม้กระทั่งข่มขู่ลูกเพื่อให้การเรียนดี เล่นกีฬาเด่น หรือเล่นดนตรีได้ แทนที่จะเป็นการสนับสนุนในสิ่งที่เขาอยากทำ ให้ลูกได้พึ่งพาตัวเองพ่อแม่ที่ดีรู้ว่านี่เป็นเรื่องสำคัญในการให้ลูกได้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการบ้าน งานบ้าน หรือ การเลือกคบเพื่อน สิ่งที่พ่อแม่จะทำได้คือการพาลูกไปในที่นั้นๆที่เขาสามารถจะทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง จำไว้ว่า ลูกมองคุณอยู่เสมอถ้าเราอยากให้ลูกเป็นเด็กมีน้ำใจ เอาใจใส่ผู้อื่น และมีมารยาทที่ดี…

ทักษะชีวิตที่ควรสอนเด็กวัยรุ่น (อายุ 11 ขวบขึ้นไป)

วันนี้เราจะมาพูดถึงวัยเด็กวัยรุ่น อายุ 11 ขวบขึ้นไป กันค่ะ เด็กในวัยนี้จำเป็นต้องการเรียนทักษะชีวิตที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบเรื่องเวลา เงิน และสุขอนามัยของตัวเอง และทักษะชีวิตที่จำเป็นต่างๆ เพื่อที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองในอนาคต ตัวอย่างของทักษะชีวิตที่สำคัญที่เด็กวัยรุ่น (อายุ 11 ขวบขึ้นไป) ควรรู้ การจัดการเรื่องเงินเป็นทักษะที่สำคัญมากในการสอนเด็กไม่ให้ใช้จ่ายเกินเงินเดือนที่ได้รับมา ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าขนม เงินขวัญถุง หรือเงินที่ได้มาจากการทำงานเสริม นอกจากนี้ยังมีเรื่องการคิดคำนวณดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตหรือเงินกู้ การเปรียบเทียบราคาสินค้า การตั้งงบประมาณส่วนตัว และการคืนภาษี เรียนรู้ที่จะซ่อมแซมบ้านเรื่องทั่วไปอย่างการเปลี่ยนหลอดไฟ ท่อตัน…

ทักษะชีวิตที่ควรสอนเด็กโต (อายุ 8 – 10 ขวบ)

วันนี้เราจะมาพูดถึงวัยเด็กโต (อายุ 8 – 10 ขวบ) กันค่ะเด็กในวัยนี้สามารถทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับตัวเองได้เกือบทั้งหมดแล้ว บางงานอาจเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่าจะทำไม่ได้ แต่ตราบใดที่เราสอนให้เด็กมีการตัดสินใจและความรู้ด้านความปลอดภัยที่ถูกต้อง เขาก็จะสามารถทำงานยากๆได้เช่นกันตัวอย่างของทักษะชีวิตที่สำคัญที่เด็กวัยเด็กโต (อายุ 8 – 10 ขวบ) ควรรู้ สอนทำอาหารในระดับที่ยากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทำไข่คน การต้มน้ำเพื่อต้มพาสต้า การทำแพนเค้ก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะสอนการชั่ง ตวง วัดด้านคณิตศาสตร์อีกด้วย การสอนเด็กทำอาหารเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะทำให้เขาได้ค้นพบความชอบของตัวเองในอนาคต การทำสวน ปลูกต้นไม้เป็นหนึ่งในทักษะชีวิตที่สามารถประยุกต์วิชาวิทยาศาสตร์เข้ามาในกิจกรรมนี้…

ทักษะชีวิตที่ควรสอนเด็กเล็ก (อายุ 5 – 7 ขวบ)

วันนี้เราจะมาพูดถึงเด็กในวัยเด็กเล็ก (อายุ 5-7 ขวบ) กันค่ะ เด็กในวัยนี้รักที่จะได้ช่วยเหลือหรือทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ พ่อแม่จะต้องตระหนักได้ว่า เวลาใดควรปล่อยให้ลูกแก้ปัญหาเอง และเวลาใดควรยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ตัวอย่างของทักษะชีวิตที่สำคัญที่เด็กวัยเด็กเล็ก (อายุ 5 – 7 ขวบ) ควรรู้ สอนการทำความสะอาดบ้านอย่างง่ายนอกเหนือจากที่เช็ดอ่างล้างจาน หรือ การดูดฝุ่นแล้ว ผู้ใหญ่ยังสามารถสอนเด็กให้แยกขยะ และรีไซเคิลสิ่งของได้อีกด้วย เพราะเป็นโอกาสที่ดีที่จะสอนเรื่องการตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) สอนเรื่องการแยกผ้าและการซักผ้าไม่ว่าจะเป็นการแยกผ้าขาวหรือผ้าสี…

ทักษะชีวิตที่ควรสอนเด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียนจนถึงอนุบาล (อายุ 2 – 4 ขวบ)

นอกจากความรู้ในห้องเรียนที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้จากที่โรงเรียนแล้ว ความรู้นอกห้องเรียนก็สำคัญเช่นกันเพราะเด็กๆ ไม่ได้ใช้แค่ความรู้ในห้องเรียนในการดำรงชีวิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น ทักษะชีวิต (Life Skills) จึงมีความสำคัญเช่นกัน ผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนเด็กเมื่อถึงวัยของเขา และนี่คือตัวอย่างของทักษะชีวิตที่สำคัญที่เด็กควรรู้ตามวัยมาเริ่มที่วัยแรก คือ วัยก่อนเข้าโรงเรียนจนถึงอนุบาล (อายุ 2 – 4 ขวบ) เก็บของให้เข้าที่ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้เด็กเก็บของเล่นเข้ากล่องได้ถูกต้อง, สอนการเรียงหนังสือบนชั้นตามสี หรือ สอนการเก็บเรียงตุ๊กตาตามขนาดไว้บนเตียง ล้วนสอนให้เด็กได้ใช้ความรู้ในการแยกแยะสิ่งของและการจัดเรียง อีกทั้งยังสามารถให้ลูกช่วยเรียงเสื้อผ้าได้อีกด้วย รู้เบอร์ฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นเบอร์ของคนสำคัญในครอบครัวที่เด็กสามารถติดต่อได้ในยามฉุกเฉิน…