รู้หรือไม่? ช่วงอายุ 2-7 ขวบ สำคัญมากต่อการพัฒนาสมองของเด็ก

การพัฒนาสมองเด็ก ควรพัฒนาใน ช่วงอายุ 2-7 ขวบ และควรใช้ วิธีพัฒนาสมองเด็ก ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

หากใครได้อ่านประวัติของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็อาจเคยได้ยินมาบ้างว่า เขามีพัฒนาการด้านการพูดช้ากว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน แล้วอะไรที่ทำให้ไอน์สไตน์โตขึ้นมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่เรารู้จักกันจนถึงปัจจุบันนี้…

ส่วนหนึ่งของคำตอบคงเป็นเพราะ เมื่อครั้งที่ไอน์สไตน์อายุ 5 ขวบ เขาได้รับของขวัญสองชิ้นจากคุณพ่อและคุณแม่ ซึ่งก็คือ เข็มทิศและไวโอลิน 

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสงสัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และดนตรีของเขาที่มากระตุ้นสมองของเขาในเวลาที่เหมาะสมพอดี

ช่วงระยะเวลาวิกฤติ (Critical period) หรือช่วงระยะเวลาที่สำคัญสำหรับการพัฒนาสมอง จะอยู่ระหว่างช่วงอายุ 2 ถึง 7 ปี นั่นเป็นเพราะว่า ในช่วงวัย 2 ขวบ จำนวนการเชื่อมต่อ (Connections) หรือ ไซแนปส์ (Synapses) ระหว่างเซลล์สมอง (Neurons) จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้    

ไซแนปส์ (Synapses) ที่มากเป็นสองเท่าทำให้สมองเรียนรู้ได้เร็วกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ของชีวิต ดังนั้น ประสบการณ์ของเด็กในระยะนี้จึงส่งผลยาวนานต่อพัฒนาการของเด็ก

แล้วพ่อแม่ควรทำอย่างไร กับช่วงระยะเวลาที่สำคัญต่อลูกน้อยนี้?

3 วิธีที่ทำให้การพัฒนาสมองของเด็กมีประสิทธิภาพสูงสุด

  1. ส่งเสริมให้เด็กรักการเรียนรู้ – ช่วงเวลานี้ผู้ใหญ่ควรส่งเสริมให้เด็กรักการเรียนรู้ และมีความสุขในการกระบวนการการเรียนรู้มากกว่าจะโฟกัสที่ผลลัพธ์ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้นั้นเป็นเรื่องปกติ ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการสร้าง Growth Mindset หรือความเชื่อที่ว่าความสามารถและทักษะของมนุษย์สามารถถูกพัฒนาขึ้นมาได้จากความพยายาม มากกว่าการที่จะถูกกำหนดมาแล้วตั้งแต่เกิด
  2. โฟกัสกับการเรียนรู้แบบกว้างๆ มากกว่าจะลงลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง – การส่งเสริมให้เด็กได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย เป็นการปูพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ การอ่าน กีฬา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และ ภาษา และความรู้รอบด้านนี้มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาสมองของเด็กในวัยนี้
  3. อย่ามองข้ามความฉลาดด้านอารมณ์ – ประโยชน์ของการเรียนรู้ในช่วงระยะเวลาวิกฤตินี้ควรจะครอบคลุมไปถึงการพัฒนาทักษะระหว่างบุคคล (Interpersonal skills) อย่างเช่น ความมีน้ำใจ (Kindness) การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และการทำงานเป็นทีม (Teamwork)

โดยการฝึกสิ่งเหล่านี้ เริ่มง่ายๆ จากการที่ให้เด็กสามารถบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร และเพราะอะไร สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมให้เด็กฝึกเข้าใจว่าผู้อื่นรู้สึกอย่างไรในลำดับถัดไป…

หรือเพียงเรื่องง่ายๆอย่างการให้ช่วยงานบ้าน ก็สามารถทำให้เด็กรู้จักช่วยเหลือและเห็นใจผู้อื่นได้อีกด้วย

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.edutopia.org/article/why-ages-2-7-matter-so-much-brain-development

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

🎁 แอด Line รับคู่มือ ScratchJr ฟรี!!!

Line id : @NextBit

📱 Line  : https://Nextbit.co/line

( คลิก ที่ลิ้งก์เพื่อแอดเพื่อนได้เลย)